รมว.กห. ลงเรือสำรวจเจ้าพระยา ร่วม กทม.–ชลประทาน–มหาดไทย ติดตามสถานการณ์น้ำ ย้ำกลาโหมพร้อมสนับสนุนทุกพื้นที่ ควบคู่เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
4 ตุลาคม 2569 — พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร นายณทศพล จันทร์ลอย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบระบายน้ำ และนางสาวเกสรัชฎา กลั่นกรอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ด้านวิชาการ พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงเรือติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อประเมินสถานการณ์จากพื้นที่จริงและติดตามความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
คณะออกเดินทางจาก ท่าเรือส่วนการท่องเที่ยว เขตพระนคร มุ่งหน้าสะพานตากสิน ก่อนย้อนขึ้นไปยังท่าเรือใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด โดยตลอดเส้นทางได้ติดตามระดับน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วม จุดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและปรับปรุง ตลอดจนชุมชนนอกแนวป้องกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นสถานการณ์จริงและใช้ข้อมูลร่วมกันในการวางแผนรับมือ
ระหว่างการเดินเรือ กรมชลประทานได้รายงานภาพรวมสถานการณ์และแผนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะที่กรุงเทพมหานครให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำ ระบบระบายน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วม และพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกันทั้งน้ำเหนือ น้ำฝน การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน และภาวะน้ำทะเลหนุน
ด้าน นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลว่า กรุงเทพมหานครมีแนวป้องกันน้ำท่วมตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 88 กิโลเมตร และมีการเสริมแนวป้องกันให้สูงขึ้นประมาณ 1.5 เมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสถานการณ์น้ำ พร้อมติดตามระดับน้ำและบริหารจัดการระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำว่า ปริมาณน้ำที่ระบายผ่านพื้นที่ของกรมชลประทานในขณะนี้ ยังเป็นไปตามแผนและสามารถบริหารจัดการควบคุมได้ โดยมีการติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนและวางแผนการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
ภายหลังการสำรวจ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วม ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมดูแลประชาชน โดยจากข้อมูลของ กทม. และกรมชลประทาน ประกอบกับสถานการณ์ที่ได้เห็นจากพื้นที่จริง ทำให้มีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการสถานการณ์ในภาพรวม และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกหน่วยกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า กลาโหมและเหล่าทัพพร้อมสนับสนุนหน่วยงานที่รับผิดชอบและพื้นที่อย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งกำลังพล เรือ ยานพาหนะ เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือช่าง และทรัพยากรที่จำเป็น โดยยึดความต้องการของพื้นที่เป็นหลัก เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ยังขาดและทำให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้รวดเร็วที่สุด
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ฝากถึง ภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งหลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว โดยในวันนี้มีทั้งการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day การเก็บขยะและขยะชิ้นใหญ่ รวมถึงการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะและชุมชน เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ซึ่งกองทัพพร้อมจัดกำลังและเครื่องมือเข้าร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูควบคู่ไปกับการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม
“พื้นที่ที่น้ำยังท่วม เราก็ต้องช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนพื้นที่ไหนน้ำลดแล้ว ต้องไม่หยุดแค่น้ำลดครับ ต้องเร่งฟื้นฟู ทำความสะอาด เก็บขยะ และคืนพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด กลาโหมและกองทัพพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยและทุกพื้นที่ตามความจำเป็น เราจะทำทั้งการรับมือสถานการณ์และการฟื้นฟูไปพร้อมกันครับ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจะยังคงประสานการปฏิบัติกับกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและพื้นที่ที่เข้าสู่ระยะฟื้นฟู เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การป้องกัน รับมือ บรรเทาผลกระทบ จนถึงการฟื้นฟูหลังน้ำลด
สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
4 ตุลาคม 2569
